3.1 ความหมาย และองค์ประกอบสำคัญของคำว่าหนี้
ในส่วนนี้จะกล่าวถึงนิยามความหมายของคำว่า “หนี้” บ่อเกิดของหนี้ ตลอดจนลักษณะเฉพาะที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่การอธิบายว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ “หนี้” มีอยู่อย่างไร และอันจะทำให้ทราบว่า แท้ที่จริงแล้วกฎหมายลักษณะหนี้มิได้มีอยู่เพียงในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
บรรพ 2 ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไปเท่านั้น พร้อมทั้งจะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายลักษณะหนี้ทั้งหลายที่กระจัดกระจายกันอยู่ อันจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้นถึงขอบเขตเนื้อหาสาระของวิชานี้
1. ความหมายและข้อความคิดของ “หนี้”
2. เนื้อหาสาระของ”กฎหมายว่าด้วยหนี้”
3.2 บ่อเกิดแห่งหนี้
การศึกษาในส่วนนี้กล่าวได้ว่าเป็นส่วนที่เป็นหัวใจของวิชาน.200
นั่นคือเมื่อมีหนี้เกิดขึ้นในระหว่างคู่กรณีและได้ทราบถึงเนื้อหาสาระความผูกพันระหว่างกันหรือวัตถุแห่งหนี้
กรณีจะมีผลทางกฎหมายเช่นไรหากคู่กรณีมิได้ปฏิบัติตามวัตถุแห่งหนี้หรือเนื้อหาสาระของความผูกพันที่มีต่อกัน
ซึ่งเป็นส่วนที่เรียกกันว่า “การไม่ชำระหนี้”
โดยในเบื้องต้นจะต้องศึกษาถึงความหมายและประเภทต่างๆ
ของการไม่ชำระหนี้ จากนั้นจะศึกษาถึงเงื่อนไขการบังคับให้คู่กรณีปฏิบัติตามเนื้อหาสาระหรือที่เรียกว่าการบังคับชำระหนี้
ตลอดจนการเรียกค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการไม่ชำระหนี้นั้น
นอกไปจากนี้ จะได้ศึกษาถึงเรื่องเจ้าหนี้ผิดนัดอันเป็นส่วนที่เกี่ยวพันทำให้การชำระหนี้ของลูกหนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้
และการรับช่วงสิทธิซึ่งเป็นผลแห่งหนี้ประการหนึ่งที่มีผลทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากบุคคลอื่นที่มิใช่ลูกหนี้
1.
บทนำ
2. การไม่ชำระหนี้
3.
การบังคับชำระหนี้
4.
ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายเนื่องจากการไม่ชำระหนี้
5.เจ้าหนี้ผิดนัด
6.
การรับช่วงสิทธิ
3.3 วัตถุแห่งหนี้
วัตถุแห่งหนี้เป็นสาระสำคัญที่สุดประการหนึ่งในองค์ประกอบแห่งความเป็นหนี้ระหว่างกัน และเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาที่เป็นสาระสำคัญของวิชา
น.200 อันเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับผลแห่งหนี้ ในส่วนนี้จึงจะเริ่มศึกษาจากความหมายของวัตถุแห่งหนี้ ต่อจากนั้นจึงจะศึกษาบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในมาตรา194 - 202
1.ความหมายและความสัมพันธ์กับการแบ่งประเภทของหนี้
2. หนี้เกี่ยวกับทรัพย์เฉพาะสิ่งและทรัพย์เป็นประเภท
3. หนี้ซึ่งมีวัตถุแห่งหนี้หลายอย่าง
4. หนี้เงิน
3.4 การเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้
นอกไปจากมาตรการการคุ้มครองกองทรัพย์สินโดยทั่วไปดังที่กล่าวมาในบทที่แล้ว มาในบทนี้จะได้กล่าวถึงมาตรการพิเศษทางกฎหมายที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองแก่เจ้าหนี้อีกขั้นหนึ่งสูงขึ้นไปหรือมากขึ้นไปกว่าปกติ
และมีให้แก่เจ้าหนี้บางลักษณะหรือเจ้าหนี้บางประเภทที่กฎหมายเห็นว่าสำคัญควรค่าแก่การให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษเท่านั้น
ซึ่งมาตรการนี้ก็คือ การให้หลักประกันแห่งหนี้ที่เรียกว่า
สิทธิยึดหน่วงและบุริมสิทธิ และเป็นการให้เกิดขึ้นมีขึ้นโดยผลของกฎหมาย
คู่กรณีมิต้องแสดงเจตนาให้บังเกิดขึ้นเลย
1.สิทธิยึดหน่วง
2.บุริมสิทธิ
3.5 ระงับแห่งหนี้
ในบทนี้จะกล่าวถึงการสิ้นสุดของนิติสัมพันธ์ทางหนี้ ซึ่งในบรรพ 2 ลักษณะ 1 กำหนดไว้ 5 ประการ รวมตลอดถึงการสิ้นสุดในลักษณะอื่นๆ
ที่มีผลในทำนองเดียวกัน
1. บทนำ
2. การชำระหนี้
3. การหักกลบลบหนี้
4. การแปลงหนี้ใหม่
5. การปลดหนี้
และหนี้เกลื่อนกลืนกัน
6. ความระงับในประการอื่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น